เสียงปืนดังช้าไปครึ่งจังหวะ เสียงฝีเท้าที่มาผิดจังหวะเวลา — ถ้าคุณใช้หูฟังบลูทูธเล่นเกมยิง ความรู้สึกแปลกๆ นี้ไม่ใช่แค่ภาพลวงตา บลูทูธมาตรฐานในการใช้งานจริงจะมีดีเลย์เสียงประมาณ 200 มิลลิวินาที ตัวเลขจริงจะแตกต่างกันไปตามฟอร์แมตการเข้ารหัส อุปกรณ์ และวิธีการทำงาน โดยโค้ดเดกบลูทูธแบบดีเลย์ต่ำบางตัวสามารถลดช่องว่างนี้ได้อย่างมีนัยสำคัญ แต่การรองรับก็ไม่เท่ากันในแต่ละอุปกรณ์
ตัวเลขนี้จะดูรุนแรงขึ้นทันทีเมื่อเทียบกับเวลาตอบสนองของมนุษย์ คนทั่วไปมีเวลาตอบสนองทางสายตาอยู่ที่ประมาณ 220 ถึง 280 มิลลิวินาที ส่วนการตอบสนองทางการได้ยินมักจะเร็วกว่า อยู่ที่ประมาณ 170 ถึง 220 มิลลิวินาที นั่นหมายความว่าแม้ดีเลย์ของบลูทูธจะอยู่ในระดับต่ำสุด ก็ยังเพียงพอที่จะทำให้เวลาตอบสนองต่อสัญญาณเสียงของคุณช้าลงเป็นเท่าตัวได้ทันที ใครที่เคยเล่นเกมจังหวะบนมือถือด้วยหูฟังบลูทูธ คงเคยสัมผัสความหงุดหงิดจากการกดแล้วช้ากว่าจังหวะเสมอมาแล้ว
ข้อจำกัดอีกอย่างของบลูทูธคือเรื่องการสนทนาด้วยเสียง เมื่อเปิดไมโครโฟน บลูทูธจะถูกบังคับให้สลับไปใช้โปรโตคอลแบนด์วิดท์ต่ำ ทำให้คุณภาพเสียงในเกมลดลงอย่างเห็นได้ชัด PlayStation 5 ถึงขั้นไม่รองรับเสียงบลูทูธแบบเนทีฟ ต้องอาศัยวิธีแก้ปัญหาเพิ่มเติมเพื่อเชื่อมต่อหูฟังบลูทูธ

ไร้สาย 2.4GHz ลดช่องว่างกับหูฟังมีสาย
ถ้ายืนกรานจะใช้ไร้สาย หูฟังเกมมิ่ง 2.4GHz คือตัวเลือกที่สมเหตุสมผลกว่าบลูทูธ หูฟังประเภทนี้เชื่อมต่อผ่านตัวรับสัญญาณ USB สร้างการเชื่อมต่อไร้สายเฉพาะทาง ดีเลย์ของรุ่นระดับเกมมิ่งส่วนใหญ่สามารถกดให้ต่ำกว่า 20 มิลลิวินาทีได้ ซึ่งต่ำจนเกมเมอร์ส่วนใหญ่แทบแยกไม่ออกจากหูฟังมีสาย แบนด์วิดท์ที่ใช้ได้ก็มากกว่าบลูทูธ ในทางทฤษฎีสามารถส่งสัญญาณเสียงคุณภาพสูงกว่าได้ แต่ประสิทธิภาพจริงขึ้นอยู่กับการออกแบบของตัวหูฟังเอง หูฟังเกมมิ่งในตลาดหลายรุ่นตั้งค่า 2.4GHz เป็นการเชื่อมต่อหลัก ส่วนบลูทูธจะเก็บไว้เป็นฟังก์ชันสำรองสำหรับฟังเพลงหรือคุยโทรศัพท์กับมือถือ ข้อแลกเปลี่ยนคือหูฟังประเภทนี้มักจะแพงกว่าหูฟังมีสายพื้นฐานพอสมควร ก่อนซื้อก็ต้องตรวจสอบด้วยว่ารุ่นที่เลือกรองรับคอนโซลที่คุณมีหรือไม่ ไม่งั้นอาจใช้งานไม่ได้เลย
มีสายยังคงเป็นตัวเลือกที่มั่นคงที่สุด

ไม่ว่าจะงบจำกัดหรือไวต่อความหน่วงเป็นพิเศษ หูฟังแบบมีสายก็ยังเป็นตัวเลือกที่ค่อนข้างน่าเชื่อถือ ยังไงเวลาเล่นเกมก็นั่งอยู่หน้าโต๊ะอยู่แล้ว การถูกสายรั้งไว้ก็ไม่ใช่การเสียสละอะไรมากมาย แค่จำไว้ว่าก่อนลุกให้ถอดสายก่อนก็พอ ไม่ว่าจะเป็นขั้วต่อ 3.5mm หรือ USB หูฟังแบบมีสายแทบไม่มีความหน่วงให้ต้องกังวล ไม่ต้องชาร์จแบตและไม่มีความเสี่ยงที่สัญญาณจะขาด เสียบปุ๊บใช้ได้ปั๊บ ในราคาเดียวกัน คุณภาพเสียงของหูฟังมีสายมักจะแน่นและหนักแน่นกว่ารุ่นไร้สายด้วย นี่จึงเป็นเหตุผลที่ในลิสต์แนะนำหูฟังเกมมิ่งส่วนใหญ่ รุ่นมีสายยังคงครองสัดส่วนที่มากกว่า
ความเข้ากันได้ฝั่งเครื่องเล่นก็เป็นเรื่องที่ควรพูดถึง จอย DualSense ของ PS5 มีช่องเสียบหูฟัง 3.5mm ในตัวอยู่ด้านล่าง จอยมาตรฐานของ Xbox และ Switch 2 Pro Controller ก็มีดีไซน์นี้เช่นกัน เนื่องจากตัวจอยเชื่อมต่อกับเครื่องแบบไร้สาย การส่งสัญญาณเสียงผ่านจอยจึงมีความหน่วงเล็กน้อย แต่โดยทั่วไปน้อยจนแทบไม่ต้องสนใจ หากใครใส่ใจเรื่องนี้จริงๆ การเปลี่ยนจอยให้ต่อกับเครื่องแบบมีสายจะช่วยลดความหน่วงลงไปได้อีก
เวลาเลือกซื้อหูฟังเกมมิ่ง สเปกที่ควรดูจริงๆ คือประสิทธิภาพความหน่วงและความเสถียรของสัญญาณเสียง ถ้าใส่ใจเรื่องความเร็วในการตอบสนองก็ควรเลือกแบบมีสาย ถ้าอยากได้ไร้สายก็เลือก 2.4GHz ส่วนบลูทูธให้มองว่าเป็นฟังก์ชันเสริมสำหรับฟังเพลงหรือคุยโทรศัพท์ ไม่ใช่อุปกรณ์หลักที่จะเอาไปใช้ตีแรงค์