ในขณะที่แพลตฟอร์มโซเชียลส่วนใหญ่เร่งยัดเครื่องมือสร้างคอนเทนต์ด้วย AI เข้าไปในหน้าโพสต์ Divine กลับเลือกทางตรงข้าม — แอปรีสตาร์ท Vine ที่นำโดย Evan Henshaw-Plath สถาปนิกรุ่นแรกของ Twitter เลือกที่จะประกาศแบนคอนเทนต์ที่สร้างด้วย AI อย่างชัดเจน และกำหนดให้วิดีโอทั้งหมดต้องถ่ายผ่านกล้องในตัวแอปเท่านั้น
Divine ได้ปิดฉากการทดสอบระบบปิดแบบเชิญเข้าใช้งานที่ดำเนินมา 3 เดือน ยกเลิกเงื่อนไขรหัสสมัครสมาชิก และเปิดตัวอย่างเป็นทางการสู่สาธารณะทั่วไป เมื่อผู้ใช้ล็อกอินเข้าไปจะเห็นฟีดคลาสสิกที่รวบรวมวิดีโอกว่า 2 ล้านคลิปที่กู้คืนมาจากฐานข้อมูล Vine ดั้งเดิม ยังคงรูปแบบวิดีโอวนซ้ำ 6 วินาทีที่นิยามวัฒนธรรมอินเทอร์เน็ตของคนทั้งรุ่นเอาไว้ครบถ้วน
การแบน AI เป็นเพียงก้าวแรกเท่านั้น Divine มีระบบตรวจสอบในตัวเพื่อยืนยันความถูกต้องแท้จริงของวิดีโอทุกคลิปที่อัปโหลด โดยทีมพัฒนามีเจตนาที่จะดึงการสร้างสรรค์กลับไปสู่การกระทำของคนจริง ๆ ด้วยมือของตัวเอง แทนที่จะให้ตรรกะการแนะนำของอัลกอริทึมเป็นตัวกำหนดว่าคอนเทนต์ควรมีหน้าตาแบบไหน
ในด้านโครงสร้างทางเทคนิค Divine ถูกสร้างขึ้นบนโปรโตคอลโอเพนซอร์สที่ชื่อว่า Nostr — หนึ่งในผู้สนับสนุนสำคัญของโครงสร้างนี้คือ Jack Dorsey ผู้ร่วมก่อตั้ง Twitter โครงสร้างพื้นฐานแบบกระจายศูนย์นี้จะคืนสิทธิ์ความเป็นเจ้าของตัวตนและคอนเทนต์ให้กับผู้ใช้เอง แทนที่จะรวมศูนย์อยู่ในมือของบริษัทเดียว
เมื่อเทียบกับจุดจบของ Vine ในอดีต กลยุทธ์ครั้งนี้ดูรอบคอบกว่ามาก เพราะ Vine เวอร์ชันดั้งเดิมเคยต้องเห็นครีเอเตอร์แถวหน้าทยอยออกจากแพลตฟอร์ม เนื่องจากไม่สามารถให้การสนับสนุนด้านการเงินที่เพียงพอ ทีมของ Henshaw-Plath ในตอนนี้กำลังศึกษากลไกการสร้างรายได้รูปแบบต่างๆ เพื่อให้ครีเอเตอร์สามารถสร้างรายได้อย่างแท้จริงจากแพลตฟอร์ม โดยความร่วมมือกับแบรนด์ก็เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ทางธุรกิจนี้ด้วย ล่าสุด Divine ได้จับมือกับ Taco Bell เปิดตัวแคมเปญร่วมครั้งแรก เปิดให้ผู้ใช้บางส่วนได้ทดลองใช้งานก่อนใคร เพื่อสาธิตรูปแบบโฆษณาที่ไม่รบกวนประสบการณ์การรับชมมากนัก
ขณะนี้ Divine เปิดให้ลงทะเบียนใช้งานสำหรับบุคคลทั่วไปแล้ว ส่วนกำหนดการเปิดตัวจริง พื้นที่ให้บริการ และรูปแบบการเก็บค่าใช้จ่ายที่ชัดเจนนั้น ทางบริษัทยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมแต่อย่างใด






