การถอดหลังคาออกจากซูเปอร์คาร์ที่โฉ่งฉ่างที่สุดแห่งยุค 1990s ฟังดูเหมือนวิธีทำรีเมคที่ประหยัดแรงที่สุด แต่ V12 Roadster ที่ Eccentrica ปล่อยออกมาครั้งนี้ ปริมาณงานวิศวกรรมที่แท้จริงกลับซ่อนอยู่ในจุดที่มองไม่เห็น—ชิ้นส่วนสั่งทำพิเศษกว่า 3,500 ชิ้น ที่เปลี่ยนไปไม่ใช่แค่หลังคาเท่านั้น

รถคันนี้ปรากฏตัวเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม ที่งาน The Quail by The Peninsula, A Motorsports Gathering ซึ่งเป็นสนามจัดแสดงประจำในช่วง Monterey Car Week ฐานที่ใช้คือ Lamborghini Diablo รุ่นแรก ทีมที่ลงมือทำคือ Eccentrica ร่วมกับสตูดิโอ Borromeo De Silva ในมิลาน ผู้ก่อตั้งคือ Emanuel Colombini โครงสร้างตัวถังได้รับการออกแบบใหม่เพื่อรองรับห้องโดยสารแบบเปิด: ผสมผสานเหล็กและคาร์บอนไฟเบอร์ ขยาย track ให้กว้างขึ้น ปรับสัดส่วนเล็กน้อย ภายในตัวถังเสริมชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์เพื่อชดเชยความแข็งแรงเชิงโครงสร้างที่หลังคาเดิมเคยให้ไว้ หลักอากาศพลศาสตร์ก็คำนวณใหม่สำหรับห้องโดยสารแบบเปิดโล่ง เรขาคณิตของระบบกันสะเทือนถูกปรับตาม พร้อมเปลี่ยนมาใช้ระบบโช้คอัพกึ่งแอ็คทีฟแบบสั่งทำพิเศษ

ผู้รับผิดชอบงานวิศวกรรมทั้งหมดคือ Maurizio Reggiani อดีตประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิคของ Lamborghini ผู้เคยดูแลโครงการ Murciélago, Gallardo, Aventador และ Huracán มาแล้ว จุดเน้นของเขาครั้งนี้ไม่ใช่ตัวเลขบนกระดาษ แต่เป็นความรู้สึกตอบสนอง—ระบบกันสะเทือน พวงมาลัย เบรก และแชสซีส์ล้วนถูกปรับให้ผู้ขับรู้สึกถึงพื้นถนนได้โดยตรงมากขึ้น เครื่องยนต์ยังคงเป็น V12 แบบดูดอากาศธรรมชาติ 5.7 ลิตร ที่ปรับจูนการตอบสนองของคันเร่งและระบบระบายความร้อนใหม่ ให้กำลัง 550 แรงม้าที่ 7,000 รอบ แรงบิด 600 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบ ความเร็วสูงสุดทำได้ถึง 335 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (208 ไมล์ต่อชั่วโมง) ระบบส่งกำลังเป็นเกียร์ธรรมดา 6 สปีดแบบก้านเกียร์ พร้อม 3 โหมดการขับขี่ พวงมาลัยยังคงเป็นระบบไฮดรอลิกช่วยผ่อนแรง ส่วนเบรกเปลี่ยนมาใช้ระบบ Brembo แบบทันสมัย—มีตัวช่วยอยู่บ้าง แต่ไม่ได้เปลี่ยนประสบการณ์ทั้งหมดให้กลายเป็นการควบคุมผ่านหน้าจอสัมผัส

ภายในห้องโดยสารใช้หนัง Connolly, หนังกลับ Alcantara, โลหะอโนไดซ์ และคาร์บอนไฟเบอร์แบบเปลือย ผสานทั้งความรู้สึกแบบรถแข่งและความประณีตแบบสั่งทำพิเศษ ทุกคันจะมีการพูดคุยกับเจ้าของรถแยกกันเป็นรายบุคคลเรื่องสี วัสดุ และรายละเอียด แทนที่จะเลือกจากรายการตัวเลือกสำเร็จรูป—Eccentrica ผลิต V12 Roadster ทั้งหมดเพียง 19 คันเท่านั้น

ไม่มีเทอร์โบ ไม่มีเกียร์ธรรมดา และตอนนี้แม้แต่หลังคาก็ถูกถอดออกไป จุดขายของรถคันนี้ในแง่หนึ่งจึงตั้งอยู่บนพื้นฐานของ "สิ่งที่ขาดหายไป" มากกว่า "สิ่งที่เพิ่มเข้ามา" เส้นสายทรงลิ่มยังคงจำได้ในทันทีว่าเป็น Diablo แต่ตัวถังที่กว้างขึ้น ห้องโดยสารแบบเปิดโล่ง และพื้นผิวที่ได้รับการออกแบบใหม่ ทำให้มันไม่ใช่แค่การบูรณะครั้งหนึ่งเท่านั้น ครั้งนี้เป็นรุ่นเปิดประทุนที่ตามมาหลัง Eccentrica V12 รุ่นแรกในปี 2024 ซึ่งก่อนหน้านี้ได้เปิดตัวออนไลน์ไปแล้ว ส่วนงาน The Quail ครั้งนี้ถือเป็นการเปิดตัวตัวจริงต่อสาธารณะเป็นครั้งแรก ราคาและกำหนดการส่งมอบยังไม่มีการเปิดเผยในเนื้อหา






