ราคาของเครื่องเกมเครื่องหนึ่งกำลังถูกกำหนดโดยชิปหน่วยความจำที่ถูกเซิร์ฟเวอร์ AI แย่งไป ฮิโรกิ โทโทกิ (Hiroki Totoki) ซีอีโอของ Sony ยืนยันว่าภายในบริษัทยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาวางจำหน่าย PlayStation 6 และกลยุทธ์ด้านราคาก็ยังไม่ได้ข้อสรุป สาเหตุไม่ได้มาจากปัญหาการออกแบบ แต่มาจากความไม่แน่นอนของห่วงโซ่อุปทานหน่วยความจำทั่วโลก
ก่อนหน้านี้นักวิเคราะห์ในวงการคาดการณ์ว่า PlayStation 6 อาจเปิดตัวเร็วที่สุดในปี 2027 แต่ความปั่นป่วนของตลาดเซมิคอนดักเตอร์ บวกกับความต้องการ RAM มหาศาลจากศูนย์ข้อมูล AI ทำให้ Sony ต้องเหยียบเบรก ผลกระทบนี้สะท้อนออกมาแล้วในเครื่องเกมรุ่นปัจจุบัน เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา Sony ได้ปรับขึ้นราคา PlayStation 5 ทั้งไลน์ผลิตภัณฑ์ โดยรุ่นมาตรฐานที่มีเครื่องอ่านแผ่นดิสก์ขึ้นไปอยู่ที่ 649.99 ดอลลาร์ รุ่นดิจิทัลใกล้แตะ 600 ดอลลาร์ ส่วน PS5 Pro พุ่งไปถึง 900 ดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นการขึ้นราคาสวนทางที่พบได้ยากในช่วงวงจรชีวิตของเครื่องเกมรุ่นนี้ โดยปกติแล้วราคาเครื่องเกมในช่วงปลายวงจรควรจะถูกลงเรื่อยๆ แต่ PS5 กลับทำลายธรรมเนียมนี้
อีกปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่อรูปโฉมของ PlayStation 6 คือนโยบายแผ่นเกมแบบจริงของ Sony บริษัทเคยประกาศไว้ว่าจะยุติการผลิตแผ่นเกมใหม่แบบจริงทั้งหมดตั้งแต่เดือนมกราคม 2028 เป็นต้นไป และจะหันไปเน้นการจัดจำหน่ายแบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ นั่นหมายความว่าโอกาสที่ PlayStation 6 จะมาพร้อมเครื่องอ่านแผ่นดิสก์นั้นค่อนข้างต่ำ และคลังเกมแผ่นจริงที่มีอยู่เดิม รวมถึงแผ่น 4K UHD Blu-ray ก็มีแนวโน้มสูงที่จะไม่สามารถใช้งานได้บนเครื่องเกมรุ่นใหม่
การตัดสินใจด้านดิจิทัลนี้ได้จุดกระแสต่อต้านในหมู่คอมมูนิตี้เกมเมอร์ไปแล้ว โดยเกมเมอร์สายอนุรักษ์และผู้ใช้งานระยะยาวจำนวนหนึ่งไม่พอใจทิศทางของแบรนด์ จึงริเริ่มแคมเปญคว่ำบาตรในชื่อ "PSBlackout" เรียกร้องให้เกมเมอร์งดล็อกอิน งดเล่นเกม และงดใช้จ่ายด้านดิจิทัลใด ๆ ตลอดทั้งสัปดาห์ตั้งแต่วันที่ 23-30 สิงหาคม 2026 เพื่อกดดัน Sony ด้วยมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ ส่วน Sony จะตอบสนองต่อแรงกดดันจากผู้บริโภคระลอกนี้อย่างไร ขณะนี้ยังไม่มีการชี้แจงต่อสาธารณะเพิ่มเติม สิ่งที่แน่นอนคือ เส้นทางที่ PlayStation 6 จะไปถึงมือเกมเมอร์นั้น ดูจะยาวไกลและขรุขระกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้แต่แรก






