Supermassive Games สร้างชื่อเสียงจากเกม Until Dawn แต่ตอนนี้กลับไม่มีส่วนร่วมใดๆ กับภาคต่อของ IP ที่พวกเขาสร้างขึ้นมาเองเลยด้วยซ้ำ เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม สตูดิโอจากอังกฤษแห่งนี้ได้ออกแถลงการณ์ผ่าน X ระบุว่าได้เริ่มกระบวนการ "redundancy consultation process" (กระบวนการปรึกษาหารือเรื่องการเลิกจ้าง) โดยคาดว่าจะมีพนักงานถูกเลิกจ้างสูงสุดถึง 75 ตำแหน่ง

แถลงการณ์เขียนด้วยถ้อยคำที่ระมัดระวังว่า "นี่คือขั้นตอนที่จำเป็นเพื่อรับประกันความยั่งยืนในการดำเนินธุรกิจของบริษัท เราเข้าใจดีว่านี่จะเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากอย่างมากสำหรับทุกคน และตลอดกระบวนการนี้ สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเราคือการให้การสนับสนุนพนักงานทุกคนที่ได้รับผลกระทบ" โดยไม่ได้ระบุว่าแผนกไหนหรือตำแหน่งงานใดที่จะได้รับผลกระทบ เพียงแต่เน้นย้ำว่านี่เป็น "การตัดสินใจที่ยากลำบาก" (difficult decision)

นี่นับเป็นการเลิกจ้างครั้งที่ 3 ของ Supermassive ในรอบสองปีครึ่ง โดยในเดือนกุมภาพันธ์ 2024 บริษัทเลิกจ้างพนักงานไปแล้วประมาณ 90 คน และในเดือนกรกฎาคม 2025 ก็ตัดตำแหน่งงานไปอีกราว 35 ตำแหน่ง จนถึงปลายปี 2025 บริษัทมีพนักงานอยู่ที่ 172 คน หากครั้งนี้เลิกจ้างจริงถึงเพดานสูงสุด 75 คน เท่ากับว่าภายในหนึ่งปี บริษัทจะมีขนาดเล็กลงกว่า 40%

จังหวะเวลาที่เกิดขึ้นก็ชวนให้ตั้งคำถามไม่น้อย อดีต CEO อย่าง Robert Henrysson ได้ลาออกจากตำแหน่งเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งตรงกับช่วงไม่กี่สัปดาห์หลังจากที่ผลงานล่าสุดของสตูดิโออย่าง Directive 8020 วางจำหน่าย และในเดือนมิถุนายนเดียวกันนี้เอง ภาคต่อของ Until Dawn อย่าง Until Dawn 2 ก็ได้ถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการ แต่ผู้ที่รับหน้าที่พัฒนากลับไม่ใช่ Supermassive หากแต่เป็น Firesprite สตูดิโอในเครือของ Sony เอง ที่จริงแล้ว แม้แต่เกม Until Dawn เวอร์ชัน Remake ที่ออกมาในปี 2024 ก็ไม่ได้มี Supermassive เข้าไปมีส่วนร่วมในการพัฒนาเช่นกัน

กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ สตูดิโอที่เคยสร้างชื่อเสียงจากซีรีส์ Until Dawn และ The Dark Pictures Anthology ในวันนี้กลับไม่มีสิทธิ์ในการพัฒนาภาคต่อของตัวเอง อีกทั้งยังต้องเผชิญกับการลดขนาดองค์กรอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ยังไม่มีข้อมูลที่แน่ชัดว่าแผนกใดที่จะได้รับผลกระทบจากการเลิกจ้างครั้งนี้ หรือมีผลบังคับใช้เมื่อใด