ปัญหาอยู่ที่ความคลาดเคลื่อนระดับหนึ่งในพันนิ้ว Michael Colglazier ซีอีโอของ Virgin Galactic อธิบายสาเหตุการเลื่อนกำหนดในการประชุมทางโทรศัพท์เรื่องผลประกอบการ โดยไม่ได้พูดถึงความผิดพลาดร้ายแรงจุดใดจุดหนึ่ง แต่เป็น "งานติดตั้งที่ค่อนข้างเล็กแต่สำคัญนับร้อยรายการ" — ชิ้นส่วนบางชิ้นมีขนาดเกินหรือขาดจากที่ออกแบบไว้เพียงไม่กี่มิลลิเมตร พอนำมาประกอบเข้าด้วยกันก็ไม่ลงตัว ความคลาดเคลื่อนแบบนี้หากมองแยกทีละจุดก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่เมื่อสะสมรวมกันก็เพียงพอที่จะทำให้กำหนดการบินครั้งแรกของยานทั้งลำต้องเลื่อนจากไตรมาสสี่ปีนี้ไปเป็นหลังเดือนกุมภาพันธ์ 2027
ยานลำใหม่รุ่น Delta class ที่ยังไม่มีชื่ออย่างเป็นทางการนี้ คือความหวังครั้งใหญ่ของ Virgin Galactic สำหรับยานรุ่นต่อไป หลังจากปิดฉากเที่ยวบินเชิงพาณิชย์ที่ประสบความสำเร็จทั้งเจ็ดครั้งในปี 2024 แผนเดิมคือการทดสอบอย่างเข้มข้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า และทำเที่ยวบินเชิงพาณิชย์ครั้งแรกให้เสร็จก่อนสิ้นปี แต่ตอนนี้แผนเปลี่ยนเป็นเริ่มการทดสอบภาคพื้นดินในเดือนนี้ ส่วนการรับผู้โดยสารจริงต้องรอถึงปีหน้า ยานรุ่นเดียวกันลำที่สองกำลังอยู่ในสายการผลิตแล้ว คาดว่าจะเข้าร่วมเที่ยวบินเชิงพาณิชย์ในไตรมาสสองปี 2027 โดย Colglazier ตั้งเป้าไว้ว่าภายในสิ้นไตรมาสนั้นจะทำได้ถึงเดือนละสิบเที่ยวบิน
ส่วนเรื่องเงินนั้นเก็บไปก่อนแล้ว Colglazier เปิดเผยว่าบริษัทเริ่มขายตั๋วโดยสารชุดใหม่ตั้งแต่เดือนมีนาคมปีนี้ ราคาใบละ 750,000 ดอลลาร์สหรัฐ ปัจจุบันขายไปแล้วกว่า 50 ใบ รวมมูลค่ากว่า 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ยานยังประกอบไม่เสร็จ แถมยังไม่มีชื่อด้วยซ้ำ แต่ตั๋วก็ขายออกไปแล้ว — นี่คงเป็นความย้อนแย้งที่น่าขบคิดที่สุดในข่าวการเลื่อนกำหนดครั้งนี้
สำหรับเรื่องการตั้งชื่อ Virgin Galactic เปิดให้โหวตออนไลน์ โดยมีตัวเลือกเพียงสี่ชื่อ ได้แก่ Horizon, Explorer, Ascend และ Apeiron คงไม่มีใครโหวตให้กลายเป็น Boaty McBoatface ภาคสอง แต่ก็สะท้อนให้เห็นสถานะของยานลำนี้ในขณะนี้ได้เป็นอย่างดี — ทั้งสมรรถนะและแผนการเชิงพาณิชย์ถูกพูดถึงอย่างเจาะจง มีเพียงแต่ชื่อของตัวเองเท่านั้นที่ยังค้างคาไม่มีข้อสรุป






