การผลิตแผงจอ OLED สักแผงนึงในอดีต ต้องเริ่มจากทำหน้ากากโลหะที่เต็มไปด้วยรูพรุนขนาดจิ๋ว (fine metal mask หรือ FMM) เสียก่อน เพื่อให้แสงลอดผ่านรูเล็กๆ เหล่านี้ไปสร้างวัสดุเรืองแสงอินทรีย์ทีละจุดบนแผงจอ หน้ากากชิ้นนี้ทำยากและมีราคาแพง แถมพอขนาดใหญ่ขึ้น—อย่างเช่นตอนทำแผงจอทีวี—ก็ยิ่งมีโอกาสหย่อนย้วยผิดรูปจากน้ำหนักตัวเอง ทำให้ความแม่นยำในการจัดตำแหน่งมีปัญหาตามมา และนี่คือปัญหาเรื้อรังที่ค้างคาอยู่ในกระบวนการผลิตมานานหลายสิบปีที่ LG กำลังจะเข้ามาแก้ไขในครั้งนี้

เทคโนโลยีใหม่ที่ LG เปิดตัวมีชื่อว่า FLiPP (FMM-less Innovative Pixel Patterning) ตามชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าไม่ต้องใช้หน้ากากโลหะอีกต่อไป วิธีการคือพิมพ์พิกเซล RGB ลงบนแผงจอโดยตรงตามลำดับที่แม่นยำ จากนั้นใช้กระบวนการโฟโตลิโทกราฟีร่วมกับแสง UV เพื่อ "กัด" พื้นที่ส่วนเกินออกไป จนได้ลวดลายพิกเซลที่สมบูรณ์ ตัวเลขที่บริษัทเปิดเผยออกมาค่อนข้างชัดเจน คือความสว่างของแผงจอสามารถเพิ่มขึ้นเป็น 1.6 เท่าของเดิม อายุการใช้งานยืดออกไปเป็น 2.4 เท่า พร้อมกับลดการใช้พลังงานลงได้อีก 13%

ประโยชน์ที่ชัดเจนที่สุดของการไม่ต้องใช้มาสก์โลหะ คือเทคโนโลยีนี้ไม่ถูกจำกัดด้วยขนาดหรือความละเอียดของแผงพาแนลอีกต่อไป กระบวนการผลิตชุดเดียวกันนี้โดยหลักการแล้วสามารถนำไปใช้ได้ทั้งกับแผงพาแนลทีวีขนาดใหญ่ ไปจนถึงหน้าจอแสดงผลขนาดจิ๋วแบบที่ใช้ในอุปกรณ์สวมศีรษะ VR LG ยังระบุในการทดสอบว่า การใช้ FLiPP ผลิตแผงพาแนล OLED สำหรับโน้ตบุ๊กบนกระจกแม่แผ่นเดียว ทำให้อัตราการใช้ประโยชน์จากกระจกเพิ่มขึ้น 64% เมื่อเทียบกับเทคโนโลยีเดิม หมายความว่าวัสดุพื้นฐานสูญเสียน้อยลง ซึ่งทางบริษัทระบุว่า "แปลงเป็นประสิทธิภาพการผลิตที่สูงขึ้นและต้นทุนการผลิตที่ต่ำลงได้โดยตรง"

LG ระบุว่าจะเริ่มนำ FLiPP ไปใช้กับผลิตภัณฑ์แท็บเล็ตและจอมอนิเตอร์ก่อน จากนั้นจะขยายไปสู่สายผลิตภัณฑ์ตั้งแต่ "อุปกรณ์สวมใส่ขนาด 1 นิ้ว ไปจนถึงทีวีขนาดใหญ่พิเศษ" ตามความต้องการของลูกค้าต่อไป ส่วนผลิตภัณฑ์ OLED รุ่นแรกที่จะใช้ FLiPP จะเปิดตัวเมื่อใดนั้น ทางบริษัทยังไม่ได้ให้กำหนดเวลาที่ชัดเจน