พอแอปค้างหลุดบ่อยๆ หลายคนมักจะคิดไปเองว่ามือถือพัง แต่ความจริงมักจะตรงกันข้าม Adnan Ahmed นักเขียนของ Engadget แชร์ประสบการณ์ใช้ Android มาหลายปี พบว่าปัญหาแอปแครชส่วนใหญ่มาจาก "อัปเดตที่มีปัญหา" ไม่ใช่ตัวมือถือเสียเอง นั่นหมายความว่าเมื่อเจอปัญหา สิ่งแรกที่ควรทำไม่ใช่การรีเซ็ตระบบ แต่ควรตรวจสอบตัวแอปก่อน
วิธีเช็คที่เร็วที่สุดคือกดที่รูปโปรไฟล์มุมขวาบนของ Google Play สโตร์ เลือก "จัดการแอปและอุปกรณ์" แล้วดูในช่อง "มีอัปเดต" ว่ามีเวอร์ชันใหม่ของแอปตัวปัญหารออยู่หรือไม่ ถ้าไม่มีอัปเดตให้ติดตั้งแล้ว ค่อยไปขั้นตอนถัดไป

ต่อไปให้กดค้างที่ไอคอนแอปบนหน้าจอหลักหรือในรายการแอป แล้วกด "i" ตัวเล็กเพื่อเข้าหน้า "ข้อมูลแอป" หรือจะเข้าจาก "การตั้งค่า" ไปที่รายการ "แอป" แล้วหาแอปนั้นก็ได้ — ชื่อเมนูอาจต่างกันเล็กน้อยขึ้นอยู่กับเวอร์ชัน Android ของมือถือ เมื่อเข้าไปแล้วให้กด "พื้นที่จัดเก็บและแคช" เลือก "ล้างแคช" จากนั้นย้อนกลับไปหน้าก่อนแล้วกด "บังคับปิด" แล้วเปิดแอปใหม่อีกครั้ง การล้างแคชจะช่วยลบไฟล์ชั่วคราวที่อาจเสียหายออกไป ระบบจัดการแคชแบบแยกตามแอปนี้มีมาใน Android นานแล้ว และยังช่วยให้แอปที่ทำงานช้าลื่นขึ้นด้วย
ถ้าล้างแคชและบังคับปิดแล้วยังไม่ได้ผล ขั้นตอนถัดไปคือลองถอนการติดตั้งแอปทั้งหมดแล้วโหลดใหม่จาก Play สโตร์ ข้อเสียคือข้อมูลที่เก็บในเครื่องจะหายไปด้วย ทั้งข้อมูลล็อกอิน ไฟล์มีเดีย และการตั้งค่าอื่นๆ ถ้าแอปรองรับการซิงค์บนคลาวด์ แค่ล็อกอินใหม่ก็จะกู้ข้อมูลกลับมาได้ แต่ถ้าไม่ได้เปิดสำรองข้อมูลบนคลาวด์ไว้ ควรตั้งค่าสำรองข้อมูลก่อนแล้วค่อยถอนการติดตั้ง อีกวิธีคือกด "ล้างข้อมูล" ในหน้า "ข้อมูลแอป" โดยตรง เพื่อไม่ต้องโหลดใหม่ให้เสียเวลา — แต่ถ้าเน็ตแรงพอ การถอนแล้วติดตั้งใหม่จาก Play สโตร์จริงๆ แล้วเป็นวิธีที่จัดการปัญหาแอปแครชซ้ำๆ ได้เด็ดขาดกว่า
การรีสตาร์ทมือถือไม่จำเป็นต้องทำบ่อยๆ แต่เวลาเจอปัญหามันมักจะเป็นวิธีแก้เร็วๆ ที่ได้ผลเกินคาด มือถือ Android ส่วนใหญ่กดปุ่มเปิดปิดค้างไว้จนหน้าจอดับแล้วขึ้นโลโก้แบรนด์ก็จะบังคับรีสตาร์ทได้ บางรุ่นอาจต้องกดปุ่มเพิ่ม/ลดเสียงพร้อมกันด้วย นอกจากนี้ยังควรเช็คด้วยว่าระบบมือถือมีอัปเดตหรือไม่ — เข้า "การตั้งค่า" > "ระบบ" > "อัปเดตซอฟต์แวร์" แล้วติดตั้งอัปเดตที่ค้างอยู่ทั้งหมด อัปเดตพวกนี้นอกจากจะมาพร้อมฟีเจอร์ใหม่แล้ว ยังรวมการแก้บั๊กและแพตช์ความปลอดภัยล่าสุดด้วย ซึ่งบางครั้งก็อาจแก้ปัญหาระดับระบบที่ทำให้แอปแครชได้พอดี

จุดเด่นอย่างหนึ่งของระบบ Android คือการไซด์โหลดแอปทำได้ค่อนข้างง่าย แม้ว่า Google จะเริ่มเข้มงวดเรื่องความปลอดภัยของการไซด์โหลดมากขึ้นก็ตาม สำหรับ Android เวอร์ชันใหม่ๆ ต้องเข้า "การตั้งค่า" > "เกี่ยวกับโทรศัพท์" แล้วกด "หมายเลขบิลด์" ติดต่อกัน 7 ครั้งเพื่อเปิดโหมดนักพัฒนา จากนั้นมือถือจะให้รีสตาร์ทเพื่อความปลอดภัย แล้วต้องรอ 1 วันถึงจะอนุญาตให้ติดตั้งแอปจากแหล่งที่ไม่รู้จักได้ — ขั้นตอนนี้เป็นมาตรการความปลอดภัยแบบครั้งเดียว เพื่อป้องกันการหลอกลวงทางวิศวกรรมสังคม
เมื่อตั้งค่าเสร็จแล้ว ก็สามารถดาวน์โหลดแอปเวอร์ชันเก่าที่เสถียรของแอปที่มีปัญหาได้ ผู้เขียนแนะนำให้ใช้ APKMirror เพื่อหาไฟล์ติดตั้ง เพราะเป็นแหล่งที่เขาไว้ใจ ให้ลบแอปตัวเดิมที่มีอยู่ในเครื่องออกก่อน จากนั้นเปิดไฟล์ APK ผ่านตัวจัดการไฟล์เพื่อติดตั้งเวอร์ชันเก่า สำหรับแอปบางตัวที่ใช้ split APK อาจต้องใช้แอป APKMirror Installer ควบคู่ด้วยถึงจะติดตั้งได้ ที่ต้องระวังคือ นี่เป็นแค่วิธีแก้ขัดชั่วคราวเท่านั้น เมื่อนักพัฒนาปล่อยอัปเดตที่แก้บั๊กออกมาแล้ว ก็ยังต้องลบแอปทิ้งแล้วเปลี่ยนกลับไปติดตั้งจาก Play Store ถึงจะรับอัปเดตต่อ ๆ ไปได้ตามปกติ
ถ้ารู้สึกว่าขั้นตอนข้างต้นยุ่งยากเกินไป ก็สามารถเปลี่ยนไปเปิดเว็บเวอร์ชันของแอปนั้นผ่านเบราว์เซอร์ใช้แก้ขัดไปก่อนได้เช่นกัน แอปฮิตส่วนใหญ่จะปรับแต่งเว็บเวอร์ชันให้เหมาะกับเบราว์เซอร์บนมือถือไว้ค่อนข้างดี บางเว็บที่รองรับยังเปิดการแจ้งเตือนได้ หรือปักหมุดไว้ที่หน้าจอหลักเพื่อให้เปิดใช้งานได้เร็วขึ้นในครั้งต่อไป