มือถือปุ่มกดจะแบ่งไฟให้สมาร์ทโฟนได้มากแค่ไหน? คำตอบที่ Nokia ให้มาคือ 10W รุ่นใหม่ 300 Charge ดูภายนอกแทบไม่ต่างจากมือถือปุ่มกดสไตล์เรโทรรุ่นก่อนๆ เลย แต่ตัวเครื่องหนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เพราะข้างในยัดแบตเตอรี่ขนาด 3,700mAh เข้าไป โดยข้อมูลจากทางการระบุว่าใช้งานได้นาน 37 ชั่วโมงในโหมดสนทนา และ 40 ชั่วโมงในโหมดสแตนด์บาย
สิ่งที่น่าสนใจจริงๆ คือ "Powerbank Mode" เมื่อเปิดใช้งาน ตัวเครื่องจะสามารถชาร์จย้อนกลับ (reverse charging) ได้ที่ 10W ผ่านสายชาร์จแบบ 4-in-1 ที่แถมมาให้ ซึ่งมีหัวแปลง Micro USB, USB-C และ USB-A ให้ครบ เท่ากับว่าใช้สายเส้นเดียวก็รองรับพอร์ตของอุปกรณ์ส่วนใหญ่ได้เลย แม้ความจุแบตจะยังไม่มากพอที่จะมาแทนพาวเวอร์แบงค์ความจุสูงที่พกไปเที่ยวได้ แต่เอาไว้ใช้ยามฉุกเฉินเพื่อช่วยยืดเวลาการใช้งานมือถือก็ถือเป็นฟีเจอร์พิเศษเพิ่มเติมของเครื่องนี้
ด้านหลังและขอบตัวเครื่องมีพื้นผิวกันลื่น ซึ่ง Nokia อธิบายว่ามันทั้ง "rugged" (แข็งแกร่งทนทาน) และ "sleek" (เพรียวบาง) โดยคำแรกฟังดูมีน้ำหนักกว่า ส่วนคำหลังก็แล้วแต่มุมมองของแต่ละคน อีกจุดที่ใช้งานได้จริงคือไฟฉาย LED ความสว่างสูงในตัว ซึ่งทางการระบุว่าสว่างกว่า Nokia 105 ถึง 4 เท่า นี่ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้คนอยากพกติดกระเป๋าไว้เผื่อฉุกเฉิน
ในแง่สเปก 300 Charge เดินสายเบสิกล้วนๆ ใช้ชิป Unisoc SC6531E จับคู่กับ RAM 4GB และพื้นที่เก็บข้อมูลในตัว 4GB หน้าจอขนาด 2.4 นิ้ว พร้อมกล้องระดับ QVGA ทั้งประสบการณ์ถ่ายภาพและการใช้งานหน้าจอนั้นไม่ได้โดดเด่นอะไรนัก แต่ที่ยังคงไว้คือช่องเสียบหูฟัง 3.5mm ซึ่งจุดนี้กลับมีความจริงใจกว่าสมาร์ทโฟนราคาแพงกว่าหลายรุ่นเสียอีก
ปัจจุบันยังไม่มีการประกาศว่าจะวางจำหน่ายในสหรัฐฯ หรือไม่ หากเปิดตัวจริง คาดว่าราคาจะอยู่ที่ต่ำกว่า 50 ดอลลาร์สหรัฐ