เฉลี่ยวันละ 7.3 ชั่วโมงที่ใช้ไปกับโลกออนไลน์ คลิปแมว ข่าวสงคราม วิกฤตสภาพภูมิอากาศ ไหลผ่านหน้าฟีดเดียวกันอย่างไม่หยุดนิ่ง นี่คือภาพวิถีชีวิตประจำวันของคนวัย 15-25 ปี ที่ปรากฏในผลสำรวจความคิดเห็นเยาวชนล่าสุด "UNG 2026" ของบริษัทสำรวจ Opinion แห่งนอร์เวย์ พวกเขาไม่ได้ละสายตาจากหน้าจอ แต่กลับถูกหน้าจอนำทางเข้าสู่ห้องครัว
Alexandra Palm นักวิเคราะห์การสำรวจ ชี้ให้เห็นช่องว่างระหว่างอุดมคติกับความเป็นจริงว่า "สิ่งที่คนพูดกับสิ่งที่คนทำจริงเป็นคนละเรื่องกัน ความทะเยอทะยานสูงมาก แต่ในความเป็นจริงมันยากที่จะไปถึง" ตัวเลขบอกเราว่าความวิตกกังวลนี้มาจากไหน—71% กังวลเรื่องราคาสินค้าที่พุ่งสูงขึ้น 60% กังวลเรื่องอนาคตของตัวเอง 58% กังวลเรื่องสงครามและความไม่สงบทางสังคม และ 57% กังวลเรื่องสถานะทางการเงินของตัวเอง
เผชิญกับความวุ่นวายจากภายนอก คนรุ่นนี้เลือกที่จะมองเข้าไปข้างในเพื่อหาคำตอบ—นอนพอหรือยัง ออกกำลังกายหรือเปล่า กินถูกต้องหรือไม่ ไปจนถึงการถามตัวเองซ้ำๆ ว่า "ตัวเราแบบนี้ดีพอแล้วหรือยัง" พฤติกรรมแบบแอนะล็อกที่เริ่มจากศูนย์และลงมือทำด้วยตัวเอง อย่างการนวดแป้งทำขนมปัง กำลังกลายเป็นวิธีหนึ่งในการลดความวิตกกังวลลง
ที่น่าขันคือ ตัวข้อมูลข่าวสารเองก็เป็นแหล่งความเครียดเช่นกัน 38% ของคนรุ่นใหม่รู้สึกเครียดเพราะข้อมูลเกี่ยวกับอาหารที่มากเกินไป และ 27% ยอมรับว่าไม่รู้เลยว่าวิธีกินแบบไหนถึงจะเรียกว่าสุขภาพดีจริงๆ นี่คือคนรุ่นที่เติบโตมากับสื่อดิจิทัล รู้จักตั้งคำถามกับแหล่งที่มาของข้อมูล แต่ก็ยังต้องแบกรับปริมาณการตัดสินใจที่เกินกำลังในแต่ละวันอยู่ดี Palm กล่าวว่า "คนรุ่นก่อนวางหนังสือพิมพ์ลงได้ ปิดทีวีได้ แต่คนรุ่นนี้ทำแบบนั้นยาก อัลกอริทึมไม่ปล่อยพวกเขาไปง่ายๆ"

แต่ก็เป็นอัลกอริทึมชุดเดียวกันนี้เองที่พาพวกเขากลับเข้าสู่ห้องครัว สองในสามของคนรุ่นใหม่หาสูตรอาหารใหม่ๆ ผ่านโซเชียลมีเดีย 49% ดูโพสต์เกี่ยวกับอาหารบน TikTok 27% ใช้ Instagram และ 26% ใช้ YouTube โซเชียลมีเดียกลายเป็นเหมือนคำเชิญ ที่พาคนจากโลกดิจิทัลหน้าจอ เข้าสู่โลกแอนะล็อกที่ต้องลงมือทำเอง
ตัวเลขก็ยืนยันการเปลี่ยนแปลงนี้เช่นกัน—สัดส่วนคนรุ่นใหม่ที่ลงมือทำอาหารตั้งแต่ขั้นตอนนวดแป้งเอง เพิ่มขึ้นจาก 55% ในผลสำรวจปี 2025 เป็น 64% ส่วนสัดส่วนคนที่ตั้งใจลดการบริโภคอาหารแปรรูปสูง ก็เพิ่มจาก 36% เป็น 46% ในอันดับกิจกรรมยามว่างที่คนสนใจ "การทำอาหาร" ติดอันดับต้นๆ การลองสูตรใหม่และวัตถุดิบใหม่ๆ กลายเป็นเรื่องที่ทำให้มีความสุข
จากการวิเคราะห์เนื้อหาโพสต์ที่เกี่ยวกับอาหารบนโซเชียล พบว่าสิ่งที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือขนมปังและของหวาน ตามมาด้วยเนื้อสัตว์ ไก่ และอาหารทะเล โดยเฉพาะแซลมอนเลี้ยงและปลาคอดที่ได้รับความนิยมเป็นพิเศษ ส่วนผู้ที่ออกมาเป็นตัวแทนบนแพลตฟอร์มนี้ ก็คือเหล่านักกีฬาชื่อดังและอินฟลูเอนเซอร์ยอดนิยม อย่าง Erling Haaland นักฟุตบอลที่พาทีมชาตินอร์เวย์กลับเข้าสู่ฟุตบอลโลกอีกครั้งในรอบ 28 ปี — พวกเขาปรากฏตัวบนบรรจุภัณฑ์สินค้าในซูเปอร์มาร์เก็ต และยังแชร์ภาพตัวเองลงมือทำอาหารแซลมอนและซีฟู้ดบนโซเชียลมีเดียอีกด้วย
Camilla Sand ที่ปรึกษาจากบริษัทโฆษณา TRY ให้ความเห็นว่า สิ่งที่คนรุ่นนี้ให้ความไว้วางใจไม่ใช่โฆษณาที่ขัดเกลาจนสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ แต่เป็นคอนเทนต์ที่สร้างจากคนจริง ๆ และข้อความที่จริงใจซึ่งปรากฏซ้ำแล้วซ้ำเล่า การที่นักกีฬาลงมือสาธิตคุณค่าของการ “กิน” และ “ทำ” ด้วยตัวเอง ทำให้เรื่องของการทำอาหารด้วยมือมีความน่าเชื่อถือที่ใกล้ชิดกับชีวิตจริงมากขึ้น






