
ก่อนเสิร์ฟ พนักงานจะถือเครื่องขัดไฟฟ้าขนาดเล็ก ขัดจุดไหม้เกินที่เป็นลายเสือดาวออกจากขอบแป้ง แล้วปัดแป้งส่วนเกินกับเถ้าจากเตาให้สะอาด — นี่ไม่ใช่ภาพจากครัวมิชลินที่ไหน แต่เป็นขั้นตอนปกติก่อนเสิร์ฟของ Uncle Beam & His Daughter's Huge Pizza คนที่เห็นมักอดใจไม่ได้ที่จะหยุดดูจนจบขั้นตอนก่อนค่อยกินต่อ

ชื่อร้านที่ฟังดูเหมือนแปลผิดนี้ จริงๆ แล้วมาจากเรื่องราวจริงของผู้ก่อตั้ง Uncle Beam เป็นคนเซี่ยงไฮ้แท้ๆ เริ่มต้นจากความตั้งใจอยากทำพิซซ่าให้ลูกสาว จึงเลือกใช้แป้งหมักเพราะคิดว่าดีต่อสุขภาพและไม่ทำให้ท้องอืดง่าย เขาเคยให้สัมภาษณ์กับศูนย์สื่อรวมเขตหมิ่นหางว่า "ถ้าคุณไม่กล้าเอาพิซซ่านี้ให้ลูกตัวเองกิน ก็อย่าเอาไปเสิร์ฟให้คนอื่น"

ร้านสาขาแรกที่หมิ่นหางเปิดเมื่อกุมภาพันธ์ 2024 และไม่นานก็ถูกยกให้เป็น "พิซซ่านาโปลีที่ดีที่สุดในย่านชานเมืองเซี่ยงไฮ้" แต่ด้วยทำเลที่ค่อนข้างไกล ทำให้หลายคนยังไม่ได้ตั้งใจเดินทางไปลอง คราวนี้ Uncle Beam เปิดสาขาแรกในเขตเมืองที่หวงผู่ เลือกทำเลบนถนนที่เงียบสงบในย่านที่พักอาศัยของถนนจวี้ลู่ ในที่สุดก็มีเหตุผลให้ไปพิสูจน์คำร่ำลือได้โดยไม่ต้องเดินทางไกล

พิซซ่าที่นี่ทำในขนาด 10 นิ้ว ใกล้เคียงกับปริมาณเสิร์ฟส่วนตัวแบบยุโรปทั่วไป แป้งหมักขึ้นรูปด้วยมือแล้วนำเข้าเตาพิซซ่าจริงๆ แป้งและชีสเป็นของนำเข้าทั้งหมด ขอบแป้งเบาไม่นิ่มเละ และไม่มีความพองฟูจนกลวงเกินไป กัดแล้วได้ความกรอบที่พอดี ถือกินก็ไม่ยุบตัว

Margherita ราคาแค่ 55 หยวน หกชิ้น ถูกกว่าร้านแนวเดียวกันส่วนใหญ่ในเซี่ยงไฮ้ ขนาดก็เล็กลงตามสัดส่วน มะเขือเทศมีความหวานในตัว สัดส่วนชีสกับซอสก็ลงตัวพอดี เมนูซิกเนเจอร์ของร้านคือพิซซ่าทรัฟเฟิลดำมัชรูมพอร์ชินี (88 หยวน) ใช้ทรัฟเฟิลและมัชรูมพอร์ชินีจากยูนนาน กลิ่นหอมสดใหม่ เสิร์ฟพร้อมแฮมปาร์มาและมอสซาเรลลา—เป็นเมนูที่กินแล้วอยากกลับมาสั่งอีก นอกจากนี้ยังมีเนื้อวัวนาโปลีสูตรเด็ด (78 หยวน) เนื้อวัว ซอสมะเขือเทศ ชีสมอสซาเรลลา คู่กับหอมใหญ่และเห็ด ส่วนเมนูที่แพงที่สุดคือทรัฟเฟิลดำคู่กับบูราต้าชีสทั้งลูก ราคา 128 หยวน

สาขาหวงผู่มีพื้นที่ไม่ใหญ่มาก ค่อนไปทางเป็นจุดรับออเดอร์เดลิเวอรี่และซื้อกลับ ถ้าอยากนั่งกินให้เต็มอิ่ม สาขาต้นตำรับที่หมินหางมีพื้นที่กว้างกว่าและเมนูก็ครบครันกว่า






