ในวินาทีที่บัญชีถูกระงับ สิ่งที่คนขับได้รับไม่ใช่สายโทรศัพท์จากฝ่ายบริการลูกค้าที่เป็นมนุษย์ แต่เป็นเพียงการแจ้งเตือนจากระบบ หน่วยงานคุ้มครองข้อมูลของเนเธอร์แลนด์ (Autoriteit Persoonsgegevens หรือ AP) วินิจฉัยว่า Uber ได้ระงับบัญชีคนขับด้วยระบบอัตโนมัติล้วนหลายครั้งในช่วงปี 2018 ถึง 2022 โดยตลอดกระบวนการไม่มีการตรวจสอบโดยมนุษย์เข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งถือเป็นการละเมิดกฎหมายคุ้มครองข้อมูลทั่วไปของสหภาพยุโรป (GDPR) คำตัดสินนี้ส่งผลให้ Uber ถูกปรับเป็นเงิน 824.9 ล้านยูโร หรือประมาณ 966 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นับเป็นค่าปรับก้อนใหญ่ที่สุดที่บริษัทเคยได้รับในเนเธอร์แลนด์
จุดเริ่มต้นของการสอบสวนครั้งนี้มาจากการร้องเรียนของคนขับชาวฝรั่งเศส 171 คน ซึ่งได้ยื่นเรื่องต่อองค์กรสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ว่าบัญชีของพวกเขาถูกระงับในชั่วข้ามคืน ทำให้แหล่งรายได้ต้องหยุดชะงักทันที เนื่องจาก Uber มีสำนักงานใหญ่ประจำยุโรปตั้งอยู่ที่เนเธอร์แลนด์ คดีนี้จึงถูกส่งต่อให้ AP เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการ

"รายได้จาก Uber ของพวกเขาหายไปแบบไม่ทันตั้งตัว" Monique Verdier รองประธาน AP กล่าวถึงคนขับที่ยื่นเรื่องร้องเรียน "คอมพิวเตอร์ไม่ควรเป็นผู้ตัดสินใจด้วยตัวเองในเรื่องที่ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อคุณ"
นี่ถือเป็นครั้งที่ 4 แล้วที่ AP สั่งปรับ Uber โดยในปี 2018 AP เคยสั่งปรับ Uber เป็นเงิน 600,000 ยูโร หรือประมาณ 701,000 ดอลลาร์สหรัฐ จากกรณีข้อมูลรั่วไหล ต่อมาในปี 2023 ก็สั่งปรับเพิ่มอีก 10 ล้านยูโร หรือประมาณ 11.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และในปี 2024 Uber ก็โดนปรับหนักถึง 290 ล้านยูโร หรือราว 339 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากกรณีส่งข้อมูลส่วนบุคคลของคนขับในยุโรปไปยังสหรัฐฯ อย่างไม่เหมาะสม ซึ่งเคยเป็นสถิติสูงสุดมาก่อน ส่วนครั้งนี้ที่โดนปรับสูงถึง 824.9 ล้านยูโร ทาง AP ระบุว่าเป็นการคำนวณตามเพดานสูงสุดที่ 4% ของรายได้รวมทั่วโลกของบริษัท ซึ่งถือเป็นค่าปรับสูงสุดเท่าที่จะทำได้
Uber ได้ยื่นอุทธรณ์คำตัดสินนี้แล้ว ทาง Engadget ระบุว่าได้ติดต่อ Uber เพื่อขอความคิดเห็นแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการตอบกลับ